ประเทศไทย จัดยิ่งใหญ่ งานวันดาวน์ซินโดรมโลก 2569 มหกรรมพลังสังคมเพื่อคนดาวน์ซินโดรม
ประเทศไทยจัดงานครั้งสำคัญระดับประเทศ “วันดาวน์ซินโดรมโลก – Down Syndrome Expo 2026 มหกรรมพลังสังคมเพื่อคนดาวน์ซินโดรม” เนื่องในโอกาส วันที่ 21 มีนาคม วันดาวน์ซินโดรมโลก (World Down Syndrome Day) ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันแห่งการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับบุคคลผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมทั่วโลก งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Social Power x Social Startup for Down Syndrome” พร้อมเชื่อมโยงกับธีมระดับโลกปี 2026 “Together Against Loneliness – รวมพลัง ไม่ทิ้งใครไว้ลำพัง” เพื่อประกาศให้สังคมไทยเห็นอย่างชัดเจนว่า “การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนดาวน์ซินโดรม คือภารกิจของทั้งสังคม”
นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า กลุ่มของคนพิการทางสติปัญญาหรือกลุ่มดาวน์ซินโดรม เป็น 1 ใน 7 ประเภทผู้พิการ ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนพิการทุกประเภท หนึ่งในนั้นคือกลุ่มดาวน์ซินโดรม น้องๆกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการให้โอกาสของสังคม การยอมรับ และการร่วมกันพัฒนาทักษะและศักยภาพเพื่อให้เขาเข้าสู่โอกาสประกอบอาชีพอย่างมีคุณค่า ในอนาคตเขาจะได้มีรายได้หาเลี้ยงตัวเองได้ด้วย ถือเป็นทิศทางการขับเคลื่อนหลักของกระทรวง พม. ซึ่งกระทรวงพม.ไม่ได้ดูแลเฉพาะน้องที่เป็นคนพิการหรือน้องที่เป็นดาวน์ซินโดรม แต่ดูแลไปถึงครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือสร้างความเข้มแข็งกับครอบครัวและเครือข่าย ถือว่าครอบครัวเป็นจุดสำคัญเป็นดั่งด่านแรกที่จะให้การดูแลน้องๆที่เป็นดาวน์ซินโดรม เพราะฉะนั้นครอบครัวเข้าใจ ยอมรับได้ ก็นำน้องออกสู่สังคม ให้เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น หรือ สังคม ทำให้การพัฒนาศักยภาพของน้องๆมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะสามปี หรือ ห้าปีข้างหน้า ปัจจุบันเราก็ยังยืนหยัดว่าเราจะพัฒนาและเสริมศักยภาพทักษะของน้องๆดาวน์ซินโดรมทุกคน เพื่อที่จะให้เขามีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรง ที่จะใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองในอนาคต ในขณะเดียวกันเราก็มุ่งไปที่เครือข่ายด้วย มุ่งไปที่ครอบครัวด้วย เพื่อสร้างให้ครอบครัวได้รับการยอมรับและเข้มแข็งพอทีจะดูแลน้องๆได้ด้วยเช่นกัน ทิศทางการทำงานของเรา ไม่ได้มุ่งไปที่เฉพาะตัวน้อง เรามุ่งไปที่ครอบครัว มุ่งไปที่เครือข่าย แล้วก็มุ่งไปทุกภาคส่วนที่จะมาร่วมด้วยช่วยกัน ณ ปัจจุบันสถานประกอบการต่างๆให้การยอมรับและก็เห็นคุณค่าคนพิการทุกประเภท รวมถึงน้องๆที่เป็นดาวน์ซินโดรมด้วย แล้วยังเปิดโอกาสให้น้องๆกลุ่มนี้ได้เข้าทำงาน สิ่งที่เราเห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง คือเดิมในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นการตั้งต้นกำหนดตำแหน่ง กำหนดคุณสมบัติแล้วหาคนพิการเข้ามาทำงาน แต่ปัจจุบันเราเห็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการทำงานในส่วนนี้ของสถานประกอบการคือเขาดูก่อนว่าคนพิการกลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะทำอะไรได้ แล้วเขาถึงจะไปหาตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของน้องๆ ตรงนี้คือโอกาสที่จะทำให้คนพิการมีงานทำเพิ่มขึ้น อยากจะเรียนทุกท่านว่าคนพิการทุกคน ไม่ใช่ภาระของสังคมเลย แต่เขาคือพลังสำคัญที่จะช่วยกันสร้าง Productivity หรือช่วยกันพัฒนาประเทศของเรา เพียงแต่ว่าเราต้องเปิดใจยอมรับ แล้วบางเรื่องบางอย่างน้องๆเขาอาจมีข้อจำกัด หรือ มีอุปสรรค เพราะฉะนั้นเราต้องร่วมด้วยช่วยกันในการขจัดอุปสรรคหรือลดอุปสรรคตรงนั้น และร่วมกันสร้างแต้มต่อให้คนกลุ่มนี้ได้มีโอกาสเข้าสู่การมีงานทำ ที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
ด้านนายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้รู้สึกตื่นเต้นมาก ได้เป็นการรวมพลังของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งถ้าย้อนไปในอดีตกว่าผมจะดึงคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาต่อสู้ยากมาก อีกอย่างพ่อแม่ก็จะกลัวคิดว่าสังคมนี้อันตรายสำหรับเขา ปัจจุบันนี้ผมเชื่อได้ว่าจากการที่เรามีเครือข่ายมีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คนเก่งๆมาช่วยงานเรา รวมถึงภาคีเครือข่ายภาคเอกชนที่หันมาสนใจเรื่องการสร้างงานคนพิการอย่างพวกเรานี้ จะทำให้ศักยภาพของน้องๆเหล่านี้ สมัยก่อนนี้การที่เราจะไปหาโรงเรียนสักโรงเรียนหนึ่ง การที่จะหางานทำสักที่หนึ่งมันยากมาก แต่ปัจจุบันสังคมเปิดกว้างให้กับพวกเรา ผมยิ่งชื้นใจมากวันนี้รวมพลังน้องดาวน์ซินโดรมทั้งหมด 250 คน ผมคิดว่าเป็นกินเนสบุ๊คแน่นอนรวมเยอะที่สุดในโลก แล้วก็เป็นการรวมพลังของคุณพ่อคุณแม่ ยิ่งปัจจุบันเขาสามารถที่จะปล่อยมือให้น้องเหล่านี้ไปอยู่ในสังคมได้ แล้วก็จะทำให้เขามีพัฒนาการดีขึ้นไปเรื่อยๆ จากการที่เราต่อสู้มาหลายหน ผมคิดว่าปีนี้เป็นปีที่สร้างความตระหนักรู้ที่เด่นชัดมากเลย ที่ทำให้สังคมเปลี่ยนทัศนคติใหม่ น้องๆเหล่านี้ไม่ได้เป็นภาระของสังคมเลย เขาคือพลังของสังคม ก็ต้องบอกว่านโยบายของภาครัฐของเรื่องคนพิการของเรา และได้ท่านอธิบดีฯ ผู้นำทางภาพรัฐเก่งๆหลายท่าน ในการขับเคลื่อนทำให้องค์กรคนพิการมีความเข้มแข็งขึ้น รวมถึงเงินกองทุนต่างๆที่สนับสนุน รวมถึงภาคเอกชนที่จ้างงาน ทำให้เราเข้าสู่การศึกษามากขึ้น สังคมยอมรับมากขึ้น เพราะฉะนั้นบทบาทของสมาคมฯก็จะพยายามขับเคลื่อนสิ่งต่างๆเหล่านี้ พัฒนาการทุกๆด้านให้น้องๆดึงศักยภาพของเขาออกมาให้มากที่สุด
อนึ่งงานมหกรรมครั้งแรกของประเทศไทย ที่รวมพลังทุกภาคส่วน Down Syndrome Expo 2026 ถือเป็น งานมหกรรมที่ใหญ่ที่สุดและครบถ้วนที่สุดในประเทศไทยที่รวมพลังของภาครัฐ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภาคเอกชนและบริษัทจ้างงานมาตรา 33 และ 35 ครอบครัวดาวน์ซินโดรมจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้าง “โมเดลการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน” ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย
ภายในงานประกอบด้วย 5 โซนหลัก ที่สะท้อนการทำงานร่วมกันของทั้งสังคม ได้แก่ 1)โซนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กลไกสำคัญระดับนโยบาย ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม 2)โซนบริษัทจ้างงานและองค์กรเอกชน แสดงพลังของภาคธุรกิจที่ร่วมสร้างโอกาสการจ้างงานอย่างยั่งยืน 3)โซน 21/3 Extra STUDIO พื้นที่แสดงศักยภาพด้านศิลปะของบุคคลดาวน์ซินโดรมในระดับมืออาชีพ 4)โซน 21/3 Extra Caféโมเดล Social Startup ต้นแบบ ที่แสดงให้เห็นว่าคนดาวน์ซินโดรมสามารถทำงานได้จริง 5)โซนผลิตภัณฑ์จากครอบครัวทั่วประเทศ สะท้อนพลังของครอบครัวที่ร่วมสร้างโอกาสและรายได้อย่างยั่งยืน และยังมีกิจกรรมไฮไลต์ อาทิขบวนพาเหรดดาวน์ซินโดรมกว่า 500 คน สร้างพลังการเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ เวทีเสวนาจากภาครัฐ เอกชน และครอบครัว การแสดงศิลปะ ดนตรี และความสามารถจากบุคคลดาวน์ซินโดรม พลังของสังคม เพื่อไม่ให้ใครต้องอยู่ลำพัง งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดนิทรรศการ แต่คือการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะในความเป็นจริงบุคคลผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม ไม่สามารถดำรงชีวิตได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยระบบสนับสนุนจากทุกภาคส่วน Down Syndrome Expo 2026 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “สังคมที่เข้าใจ ยอมรับ และสร้างโอกาสอย่างแท้จริง” ขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม เพราะ“การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เริ่มต้นจากการที่เราทุกคนลุกขึ้นมาร่วมกัน” โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม 2569 ณ ลานลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร











No comments