Breaking News

สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เตือนภัยโรคมะเร็งเต้านม ชี้โรคร้ายใกล้ตัว เตรียมจัดงาน “มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน”

 

สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เดินหน้าให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคมะเร็งเต้านม ชี้โรคร้ายใกล้ตัว เตือนสตรีไทยตรวจเช็คแต่เนิ่นๆ โอกาสหาย 90-100% พร้อมจุดประกายความหวังให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม เตรียมจัดงาน “มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน : Pink Alert – Check & Share Project 2020 ในเดือนตุลาคมของทุกปี ทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์ต่อต้าน “มะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นโรคร้ายที่มีอุบัติการณ์สูงเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ทางสมาคมฯ ได้จัดงานในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 เวลา 12:00 – 17:00 น. ณ ลานเอเทรี่ยม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พบกับกิจกรรมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแนวทางการรักษาแบบเจาะลึก โรคมะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน เปิดเคล็ดลับ ความสำเร็จพิชิตมะเร็งของอดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

พลโท รศ. นพ. วิชัย วาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย หัวหน้าศูนย์มะเร็งเต้านม รพ.จุฬาภรณ์และที่ปรึกษาหน่วยศัลยศาสตร์มะเร็ง รพ.พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบบ่อยมากที่สุดชนิดหนึ่งและนำไปสู่สาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิง ในระยะเวลา 1 ปี มีผู้หญิงมากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และมีประมาณ 15-20% ที่เสียชีวิตจากโรคนี้1 เนื่องจากผู้ป่วยกว่าจะมารักษาโรคเข้าสู่ระยะที่ 3-4 ทำให้การรักษาอาจไม่ตอบสนองกับโรค ดังนั้นผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพเต้านมของตนเองอย่างสม่ำเสมอพบแต่เนิ่นๆ เข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์และด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ยังมีโอกาสที่จะสามารถรักษาให้หายได้เพราะพบว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด แต่อัตราการเสียชีวิตของมะเร็งเต้านมโดยรวมนั้นเกิดประมาณ 30% ซึ่งน้อยกว่ามะเร็งปอดที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70% มะเร็งตับ 99% มะเร็งลำไส้ 57% 2

โดยมะเร็งเต้านมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะ 0 เป็นระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ซึ่งยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม ระยะนี้มีโอกาสรักษาหายขาดได้ถึง 98-99% ระยะ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง โอกาสรักษาหายขาดได้ 90-95% ระยะ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร ระยะนี้โอกาสหายประมาณ 80%-90% ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือไม่ก็ได้ หรือมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ระยะ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง

บริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นโอกาสรักษาหายขาดได้ 60-70% ระยะ 4 มะเร็งแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆแล้ว โอกาสหายขาดมีเพียง 30%-40%
พลโท รศ. นพ. วิชัย กล่าวต่อว่า การรักษามะเร็งเต้านมควรรักษาโดยอาศัยความร่วมมือของแพทย์หลายสาขา (สหสาขา; multidisciplinary) คือ ศัลยแพทย์เต้านม, อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา, รังสีแพทย์, พยาธิแพทย์ เพื่อที่จะวางแผนการรักษาผู้ป่วย ซึ่งการรักษาที่เป็นมาตรฐานก็จะมีการผ่าตัด (Surgery), การให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy), ยามุ่งเป้า (Targeted therapy), การให้ยาต้านฮอร์โมน(Hormonal Therapy), และ การฉายรังสีรักษา (Radiation) ในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของการรักษามะเร็งเต้านม อย่างเช่นตัวยามุ่งเป้าที่มีประสิทธิภาพดีมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับผลข้างเคียงที่น้อยลงมาเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย และทำให้โอกาสที่จะรักษาแล้วหายขาด หรือมีอัตราการรอดชีพที่นานขึ้นมีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ในการรักษามะเร็งเต้านมในผู้ป่วยที่มีก้อนขนาดใหญ่ ไม่สามารถผ่าตัดออกได้ เราก็สามารถให้ยาตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด (หรือที่เรียกว่า การให้ Neoadjuvant treatment) ไปก่อน เพื่อทำให้ก้อนยุบลงในระยะเวลาอันสั้น และสามารถผ่าตัดออกได้ ซึ่งการให้ยาก่อนการผ่าตัดนั้นมีประโยชน์ในเรื่องของการประเมินการตอบสนองของผู้ป่วยต่อยา และ ในบางรายที่มีการตอบสนองที่ดีมากกับยาและก้อนยุบหมด ก็มีงานศึกษาวิจัยออกมาว่าในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จะมีพยากรณ์โรคที่ดี โอกาสกลับมาเกิดเป็นซ้ำน้อยกว่าและมีอัตราการรอดชีพในระยะยาวมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาได้น้อย หรือไม่ตอบสนอง4 นอกจากนี้ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางรายเมื่อได้รับยาก่อนการผ่าตัด หากก้อนยุบดี ก็อาจสามารถผ่าตัดเต้านมแบบสงวนเต้าได้ ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกไปทั้งหมด

ทางด้าน รศ. พญ. เยาวนุช คงด่าน อุปนายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทยและผู้อำนวยการ รพ. นมะรักษ์ การคัดกรองมะเร็งเต้านมจึงมีความสำคัญ ทำให้สามารถตรวจเจอได้ตั้งแต่ก้อนเล็กกว่า 1 ซม. การคัดกรองมะเร็งเต้านม ควรทำเป็นประจำ หากมีการตรวจพบตั้งแต่แรกตั้งแต่ระยะต้น หรือเจอความผิดปกติก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเป็นมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมประกอบด้วย ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหลังประจำเดือนมาวันแรก 3-10 วัน ตั้งแต่วัยที่เริ่มมีประจำเดือนให้เป็นนิสัย โดยสังเกตอาการแสดงดังนี้

มะเร็งเต้านมอาจมีอาการแสดงหลายอย่าง ที่พบบ่อยที่สุดคือ คลำได้ก้อนที่เต้านม ก้อนที่คลำได้มักจะมีขนาดใหญ่กว่า 1-2 ซม.จึงจะคลำได้ หากเล็กกว่านี้ต้องใช้แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์จึงจะตรวจพบ แผลบริเวณหัวนม ในมะเร็งเต้านมชนิด Paget’s จะเริ่มที่หัวนมก่อน แต่หากเริ่มที่ลานนมมักจะเป็นจากการอักเสบ เลือดออกจากหัวนม จะออกมาเองโดยไม่ต้องกดบีบจากท่อน้ำนมเดี่ยวๆ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 2% มีแผลที่เต้านม และยิ่งร่วมกับการมีก้อนที่เต้านมทำให้นึกถึงมะเร็งเต้านมมากขึ้น มีการดึงรั้งของผิวหนังให้บุ๋มลง หัวนมบุ๋มลงก้อนที่โตเร็ว เต้านมแข็งขนาดใหญ่ขึ้นมีแดงร้อนที่ผิวหนังเต้านม 2 ข้างเปลี่ยนแปลงขนาดไม่เท่ากัน นอกจากนี้จากการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ตรวจหาโรคทุก 1-2 ปี ตั้งแต่อายุ 40-75 ปี

คุณทัศนีย์ พงศ์กิจธนากร
อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็วเต้านม ระยะ 2B

ดังนั้นในเดือนตุลาคมของทุกปี ทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์ต่อต้าน “มะเร็งเต้านม” ในปีนี้ทางสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เน้นให้ความสำคัญ เป็นสื่อกลางในการกระตุ้น ตระหนัก เตือนภัยถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งเต้านม ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจร่วมแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยจัดงาน“มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน : Pink Alert – Check & Share Project 2020 ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 เวลา 12:00 – 17:00 น. ณ ลานเอเทรี่ยม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พบกับกิจกรรมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแนวทางการรักษาแบบเจาะลึก โรคมะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน เปิดเคล็ดลับ ความสำเร็จพิชิตมะเร็งของอดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม กิจกรรม Check it Up นำทีมพยาบาลวิชาชีพมาตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้กับผู้หญิงที่ร่วมงานทุกท่าน และการสาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเองง่ายๆ พบกับเคล็ดลับ ความสำเร็จพิชิตมะเร็งของอดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม อาทิ ป้าเจี๊ยบ-นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และนักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทย อายุ 63 ปี คุณ โบว์-ทัศนีย์ พงศ์กิจธนากร อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ระยะ 2B ผู้ได้แรงบันดาลใจในการเล่นฟิกเกอร์สเก็ต อายุ 49 ปี พร้อมทั้งศิลปินดารามาร่วมให้กำลังใจกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สนใจติดต่อสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2563 สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ https://forms.gle/ZUGENgrzGKMJ2DZd8 หรือลงทะเบียนผ่าน อีเมลล์ PinkAlertProject@gmail.com
โทร. 083-291-1188 (ระหว่างเวลา 10.00–18.00 น.) และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PinkAlertProject

No comments